ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรม งานก่อสร้างเองก็ต้องอาศัยซอฟต์แวร์ (Software) เพื่อช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ไปจนถึงการบริหารจัดการโครงการให้แล้วเสร็จตรงเวลาและงบประมาณ บทความนี้จะพาไปดูว่าซอฟต์แวร์แต่ละประเภทที่ใช้ในงานก่อสร้างมีอะไรบ้าง เหมาะกับงานแบบไหน และเพราะเหตุใดผู้รับเหมายุคใหม่จึงควรลงทุนใช้ซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น


ทำไมผู้รับเหมาต้องใช้ซอฟต์แวร์?
การใช้ซอฟต์แวร์ (Software)ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความทันสมัย แต่เป็นการยกระดับการทำงานให้เป็นระบบและลดความผิดพลาดที่เกิดจากการจัดการด้วยมือหรือแบบกระดาษ ซึ่งอาจทำให้เกิด:

- การสื่อสารผิดพลาดระหว่างทีมงาน
- การประเมินต้นทุนคลาดเคลื่อน
- การทำแบบที่ไม่ถูกต้องจนต้องแก้หน้างานซ้ำ
- การส่งงานล่าช้า การใช้ซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมจึงช่วยให้ผู้รับเหมาสามารถควบคุมโครงการได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความน่าเชื่อถือ และส่งมอบงานได้ตรงตามที่ลูกค้าคาดหวัง
ซอฟต์แวร์ (Software) แต่ละประเภทที่ใช้ในงานก่อสร้างมีอะไรบ้าง และ เหมาะกับงานแบบไหน ?
✅ 1. ซอฟต์แวร์ออกแบบและเขียนแบบ (Design & Drafting)
- AutoCAD / PTCAD – ใช้เขียนแบบ 2D เช่น ผังพื้น โครงสร้าง MEP ต่าง ๆ โดย PTCAD เป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่า AutoCAD แต่ใช้คำสั่งใกล้เคียง
- Revit (BIM) – สำหรับออกแบบอาคารแบบ 3D พร้อมข้อมูลวัสดุ เหมาะกับงานโครงการที่ต้องการการบริหารจัดการครบวงจร
- SketchUp – โมเดล 3D เบื้องต้น ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับงานพรีเซนต์หรือแนวคิดเบื้องต้น

ประโยชน์:
- ลดเวลาการเขียนแบบซ้ำซ้อน
- ลดความผิดพลาดในการสื่อสารแบบ
- เพิ่มโอกาสชนะงานจากการนำเสนอที่มืออาชีพ
✅ 2. ซอฟต์แวร์วิเคราะห์โครงสร้าง (Structural Analysis)
- SAP2000 / ETABS – วิเคราะห์คาน เสา แผ่นพื้น สำหรับอาคารสูงหรือคอนกรีตเสริมเหล็ก
- STAAD.Pro – เหมาะกับโครงสร้างเหล็ก หรือโรงงานขนาดใหญ่
- ProtaStructure – ครอบคลุมทั้งการวิเคราะห์ ออกแบบ และจัดทำแบบรวมถึงรายการวัสดุได้ในตัว

ประโยชน์:
- ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
- ยืนยันความมั่นคงของโครงสร้างตามมาตรฐานวิชาชีพ
- ช่วยให้เจ้าของโครงการมั่นใจในคุณภาพงาน
✅ 3. ซอฟต์แวร์ถอดปริมาณและประมาณราคา (BOQ & Cost Estimation)
- Microsoft Excel – เป็นเครื่องมือพื้นฐานแต่ยืดหยุ่นมากที่สุด สามารถออกแบบสูตรและฟอร์มการคำนวณเองได้
- QS Plus / WinQS – ซอฟต์แวร์เฉพาะทางที่ใช้โดยนักถอดแบบมืออาชีพ
- BIM (เช่น Revit) – ถอดปริมาณวัสดุได้จากโมเดลโดยตรง เพิ่มความแม่นยำและลดเวลา
ประโยชน์:
- ป้องกันงบบานปลาย
- สามารถเสนอราคาที่แข่งขันได้โดยไม่ขาดทุน
- วางแผนจัดซื้อวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ

✅ 4. ซอฟต์แวร์บริหารโครงการ (Project Management)
- Microsoft Project / Primavera – เหมาะกับโครงการขนาดกลางถึงใหญ่ สามารถสร้าง Gantt Chart และวิเคราะห์ Timeline ได้ละเอียด
- Trello / Asana / Notion – ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับทีมงานภาคสนามหรือหน้างาน
- Buildertrend / Procore – ระบบบริหารจัดการโครงการก่อสร้างแบบครบวงจร เชื่อมโยงทั้งทีมออกแบบ ฝ่ายขาย และฝ่ายไซต์งาน
ประโยชน์:
- ควบคุมเวลาส่งมอบได้ดีขึ้น
- ป้องกันการตกหล่นของงานย่อย
- เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างทีมงานแบบเรียลไทม์

✅ 5. ซอฟต์แวร์เฉพาะทาง (MEP / ภูมิทัศน์ / ตกแต่งภายใน)
- AutoCAD MEP / Dialux – ใช้สำหรับออกแบบระบบไฟฟ้า, แสงสว่าง, สุขาภิบาล
- Lumion / Twinmotion – ซอฟต์แวร์เรนเดอร์ 3D แบบเรียลไทม์ ใช้พรีเซนต์งานลูกค้า
- LandFX / SketchUp Plugin – สำหรับออกแบบภูมิทัศน์ งานสวน งานจัดวางภายนอก

ประโยชน์:
- เสริมภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบบ
- ช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพชัดเจนก่อนเริ่มสร้างจริง
- ป้องกันการแก้งานซ้ำเมื่องานเสร็จไปแล้วบางส่วน

สรุป: ซอฟต์แวร์ที่ควรมีในบริษัทรับเหมาก่อสร้าง
| หมวด | ซอฟต์แวร์หลัก | จุดเด่น |
|---|---|---|
| เขียนแบบ 2D | AutoCAD / PTCAD | พื้นฐานของทุกโครงการ |
| เขียนแบบ 3D | Revit / SketchUp | ช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพ |
| วิเคราะห์โครงสร้าง | SAP2000 / ProtaStructure | ควบคุมความปลอดภัย |
| คำนวณ BOQ | Excel / QS Tools | คุมต้นทุนได้จริง |
| บริหารงาน | MS Project / Trello | จบโครงการตรงเวลา |

หากคุณต้องการทีมออกแบบที่ใช้ซอฟต์แวร์ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถส่งมอบงานได้ทั้งแบบและก่อสร้างจริง Amido Co., Ltd. พร้อมให้บริการครบวงจร ตั้งแต่เขียนแบบ ขออนุญาต ไปจนถึงสร้างเสร็จแบบ Turnkey
ติดต่อได้ทาง Line id : @amidothai โทรศัพท์ : 094-939-8953 อีเมลล์ : Sales@amidothai.com
